globe

EN

arrow-down

ถอดเคล็ดลับการบริหารทีมตามแบบฉบับ "โค้ชโจ" ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น

ถอดเคล็ดลับการบริหารทีมตามแบบฉบับ "โค้ชโจ" ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น แห่งนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จะสร้างประวัติศาสตร์เก็บชัยชนะบนลีกสูงสุด 6 เกมติดต่อกัน ทั้ง ๆ ที่เลกแรกของซีซั่นนี้ “สวาทแคท” แลดูล้มลุกคลุกคลาน

พวกเขาออกสตาร์ทซีซั่น 2020 ด้วยฟอร์มอันย่ำแย่ ก่อนใช้เวลาช่วงที่ลีกพักเบรกปรับสมดุลทีมให้ดีขึ้น ในตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เป็นทีมที่กลับมาเล่นฟุตบอลได้แบบมีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเครดิตทั้งหมดควรต้องยกให้มันสมองของเขา

Thai League พูดคุยกับ "โค้ชโจ" ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น แห่งนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ถึงเบื้องหลังผลงานที่ยอดเยี่ยม ในศึกโตโยต้า ไทยลีก ตลอดจนเคล็ดลับของเขา ที่ปลุกให้นักเตะกลับมาเล่นอย่างมีพลัง

เขาปลุกใจนักเตะอย่างไรให้แต่ละคนลุกขึ้นมาสู้ในยามที่ทีมเผชิญปัญหา, กลยุทธ์ซื้อใจลูกทีมเป็นอย่างไร ติดตามไปพร้อม ๆ กับเรา

Thai League : ช่วงที่ไทยลีกถูกพักเบรก คุณปรับจูน นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี อย่างไรบ้าง จนเป็นที่มาของฟอร์มอันยอดเยี่ยม

ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : จริง ๆ แล้วก่อนที่ลีกจะเบรคโควิดไป เรามีเกมที่เราชนะมาแล้ว 3 เกม โดยเฉพาะเกมที่เอาชนะ ระยอง มันเป็นเกมแรกของเลกสอง ก่อนจะหยุดไปหนึ่งเดือน ผมมาปรับจูนและสร้างความต่อเนื่องให้ทีม จนมีทิศทางที่ดีขึ้นตามที่ผมได้วางเอาไว้ โชคดีที่มีเวลาในช่วงพักเบรคนี้มาปรับทีมเพิ่ม

Thai League : ก่อนหน้านั้นนครราชสีมาเพิ่งชนะได้แค่ 2 เกมเท่านั้น แถมเป็นเกมเยือนทั้งหมด (ชนะ ระยอง เอฟซี และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ทีมกลับมามีผลงานที่ดีอีกครั้ง

ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : จุดหนึ่งที่ต้องยอมรับเลยว่าช่วง 5-6 เกมแรกของซีซั่น โคราชต้องออกไปเล่นเป็นทีมเยือนหมดเลยแล้วแพ้รวด มันเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นและความมั่นใจของลูกทีม อย่าลืมว่าผมเพิ่งมาทำปีแรก และในช่วงปรีซีซั่นมันอาจจะยังไม่พอ บางทีเราคิดว่าตอนซ้อมดีแล้ว แต่พอแข่งจริงแล้วมันไม่เป็นไปตามนั้น

มันส่งผลอะไรหลาย ๆ อย่างทั้งเรื่องความมั่นใจ บรรยากาศในทีม มันทำให้ทีมมีผลงานไม่ดี ผมคิดว่ายังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ และยังต้องใช้เวลาในการปรับจูนทีม

Thai League : คุณมีเคล็ดลับในการบริหารทีมระดับกลาง ๆ (พีทีที ระยอง และ นครราชสีมา มาสด้า) อย่างไรให้มีผลงานที่ดีได้ แม้ว่าทีมที่คุณทำงาน จะมีข้อจำกัดต่าง ๆ มากมาย

ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : ฟุตบอลในมุมของผมคิดว่าอยู่ที่การ ใช้คน เวลาเราลงไปเล่นในสนาม ลูกฟุตบอลมันเคลื่อนที่เองไม่ได้ ฉะนั้นคนนี่แหละที่ต้องบังคับ เราจะต้องทำงานกับคน เราจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ที่จะบริหารหรือจัดการพวกเขาให้ทำวิธีการนั้นได้

โค้ชทุกคน เรื่องของความรู้หรือไลเซนส์ มันก็ต้องไปเรียน เพราะใช้ตำราเล่มเดียวกัน แต่สิ่งที่แตกต่างผมมองว่าเป็นเรื่องของการใช้คนมากกว่า เพราะว่าจะทำอย่างไรให้ลงไปในสนามและทำผลงานได้ดี

Thai League : คุณเป็นหนึ่งในโค้ชไทยมากฝีมือที่มีทรัพยากรนักเตะให้ใช้งานอย่างจำกัด คุณมีวิธีจัดการหรือควบคุมพวกเขาเหล่านั้นอย่างไร ยามที่ทีมเผชิญปัญหาต่าง ๆ

ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : ผมมักบอกลูกทีมเสมอว่าถ้าเราเจอปัญหาหรือสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ในการเป็นโค้ช จุดหนึ่งที่เราจำเป็นต้องรักษาไว้คือ ความตรงไปตรงมา

เราจะต้องไม่หลอกใคร ไม่หลอกตัวเอง เราต้องให้ลูกทีมเห็นถึงปัญหา และเราจะพูดถึงมันว่าจะแก้ไขอย่างไร เพราะไม่ว่าปัญหาจะแย่สักแค่ไหน แต่ในทีมทุกคนต้องเดินไปด้วยกัน ผมอยากให้ลูกทีมมองไปข้างหน้า มองไปที่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า ผมอยากให้ในแต่ละวันที่พวกเขาทำ เป็นการสร้างมูลค่าให้ตัวเอง

ผมไม่อยากให้พวกเขาจมกับปัญหาที่เขาเจอ แต่ถ้าเขามองว่าปัญหาเป็นสิ่งหนึ่งที่เข้ามาแค่ชั่วครู่หรือช่วงเวลาหนึ่ง และถ้าเขาสร้างมูลค่าให้ตัวเองในทุก ๆ เกมที่ลงเล่นในช่วงที่มีปัญหา ผมจะบอกเขาว่าต่อไปคุณจะมีมูลค่าในตัวเอง

คุณอยู่กับปัญหาไหน ทีมงานโค้ชก็อยู่กับปัญหานั้น แต่สิ่งที่เราทำได้คือการสู้ไปกับมัน ต้องมองไปข้างหน้า ไม่จมอยู่กับอดีต ไม่อยู่กับปัญหานี้ไปตลอด นี่คือสิ่งที่ผมบอกกับลูกทีมตั้งแต่สมัยคุม พีทีที ระยอง และ โคราช ว่าเราจะต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในทุก ๆ วัน เพื่อสร้างมูลค่าให้ตัวเอง เราจะต้องผ่านมันไปให้ได้

Thai League : แต่ละแมตช์คุณมีวิธีการจัดการผู้เล่นในแต่ละเกมอย่างไรบ้าง

ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : ปัจจุบันนี้โคราชของเราใช้นักเตะชุดเดิม ๆ ที่เล่นมาตลอด แต่ซีซั่นที่แล้วผลงานไม่ดี พวกเขาอยู่ในที่ของเขาอยู่แล้ว บางคนอยู่มา 10 ปี บางคน 8 ปี ผมมาที่นี่ผมจะสร้างโจทย์ให้นักเตะทุกคน ไม่ว่าจะเป็น เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, ประลอง สาวันดี หรือใครก็ตาม

ผมมาเพื่อสร้างความท้าทายให้เขา และบอกกับพวกเขาเสมอว่าชีวิตคุณต้องดีขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าคุณจะเลิกเล่นในปีนี้หรือยังไม่เลิกก็ตาม พวกคุณต้องท้าทายตัวเองตลอดเวลา

ผมมาเพื่อเพิ่มโจทย์ให้เขา ผมถามลูกทีมว่าการเล่นฟุตบอลในชีวิตนี้ต้องการอะไร ถ้าต้องการประสบความสำเร็จ ผมก็เชื่อว่าคุณประสบความสำเร็จได้ ทำไมพวกคุณไม่ท้าทายตัวเองหน่อยหรอ

ผมมองว่านักเตะแต่ละคนมีข้อดีเป็นของตัวเอง ในข้อดีของคน ๆ นั้นที่เราจะใช้ เราต้องใช้เขาในจุดที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าจะไปใช้เขาในจุดที่เราอยากให้เขาเป็น

ดังนั้นผมจะบอกนักเตะตลอดว่ามีจุดดี จุดด้อยอย่างไร เข้ากับแท็คติกของผมหรือไม่

ผมเชื่อว่าคนคนหนึ่งมีดีแตกต่างกัน แต่ถ้าเรามองเห็นข้อที่ดีที่สุดของเขาและนำมาใช้ มันจะทำให้ฟอร์มของเขากลับมาดีได้ เช่น นฤพล อารมณ์สวะ หรือ ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร ผมว่านี่เป็นเคล็ดลับหนึ่งที่ผมทำงานกับพวกเขา

เราต้องดึงจุดแข็งของเขาออกมา และคิดว่าจะใช้จุดแข็งนั้นทำอย่างไร มันย่อมดีกว่าการเลือกใช้เขาในสิ่งที่เขาไม่ถนัด

ผมอาจจะเป็นกัปตันทีมมาก่อนสมัยเป็นนักเตะ (กัปตันทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด) ผมมักจะเข้าไปคลุกคลีกับนักเตะ จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างนักเตะกับโค้ช การได้เป็นกัปตันทีมที่เชียงรายสมัยค้าแข้ง เป็นช่วงสามปีที่ผมรู้สึกว่าผมได้อะไรมาเยอะมากที่จะมาปรับใช้กับงานโค้ช ผมจึงรู้ว่านักเตะต้องการอะไร และคนเป็นโค้ชต้องการอะไร

จริง ๆ ผมเป็นคนดุนะ เป็นคนเคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัย เรามีวิธีการที่จะจัดการนักเตะ บางครั้งผมเป็นโค้ช บางครั้งผมเป็นพี่ และบางครั้งผมเป็นเพื่อนกับพวกเขา

นักเตะทุกคนรู้ว่าถ้าเข้าโหมดทำงานแล้วจะไม่มีใครกล้าเล่นกับผม ผมสร้างตัวตนของผมมาหลายปีแล้ว

Thai League : นครราชสีมาเก็บคลีนชีตในไทยลีกมาแล้ว 5 เกมติดต่อกัน ซึ่งก่อนหน้านั้นทีมคุณเสียประตูทุกเกมนับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล คุณจัดการปัญหาเกมรับอย่างไร

ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : เรารู้ว่าทีมเราเสียประตูเยอะก็จริง แต่เราเป็นโค้ชต้องมองปัญหาให้ออกว่าปัญหามันคืออะไร และแก้ให้มันถูกจุด ผมเชื่อว่าพวกเราเห็นปัญหา และมาช่วยแก้ปัญหาร่วมกัน มีแค่การทำงานหนักเท่านั้นที่ทำให้ทีมกลับมาดีได้

เราสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พวกเขา สิ่งที่เขาทำอยู่มันดีมาก ๆ บางทีเราด่าพวกเขาเยอะ ๆ พอลูกทีมทำดีเราก็ต้องชมบ้าง ผมเชื่อว่านักฟุตบอลทุกคนมีพลังแฝงพิเศษ มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะดึงจุดนั้นของนักเตะออกมา ทำอย่างไรให้พลังแบบนี้มันออกมาจากตัวเขาได้

จริง ๆ แล้วแผงแบ็คโฟร์ (เอกนัฏฐ์ คงเกต, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, ณัฐพงษ์ สายริยา, ประลอง สาวันดี) เป็นกลุ่มเดิมที่เล่นกับทีมมานาน

คำถามคือทำไมเขาจึงกลับมาเล่นดีได้ ผมจะบอกว่าในเมื่อเราเป็นโค้ช เราต้องไปดึงพลังเขาออกมา โค้ชต้องเป็นคนพาไปในจุดที่พวกเขาพาตัวเองไปไม่ถึง

Thai League : นักเตะต่างชาติที่เข้ามาใหม่อย่าง กิดี คานยุค เข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมให้มีฟอร์มที่ดีขึ้น อยากให้คุณพูดถึงเบื้องหลังดีลนี้

ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : ดีลนี้ต้องบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ลงตัว มีเหตุการณ์ที่ เลอันโดร อัสซัมเซา ต้องย้ายออกพอดี มีเอเยนต์เสนอ กิดี คานยุค มาให้เรา ถามว่าเราสนใจมั้ย ผมสนใจในตัวเขาอยู่แล้ว

ส่วนตัวผมชอบการทำทีมที่มีเพลเมคเกอร์คอยทำงานอยู่ด้านหลังกองหน้าอยู่แล้ว โคราชหาผู้เล่นตำแหน่งนี้ยากมาก

ผมมีความชื่นชอบในตัวเขาอยู่ก่อนแล้ว ผมไม่คิดเหมือนกันว่าได้ตัวคานยุคมาอยู่กับโคราช เพราะติดเรื่องเม็ดเงินที่ค่อนข้างสูง ผมรู้สึกว่าเขาคือเพลย์เมคเกอร์ตัวต่างชาติที่ดีที่สุดในไทย

มันมีจังหวะที่ลงตัวพอดี ด้วยความที่เขาอยากอยู่เมืองไทยต่อ เขาอยากมีโอกาสลงเล่น ซึ่งดีลนี้จบไวมาก จบลงเดี๋ยวนั้นเลย ไม่ต้องคิดมากครับ ผมบอกผู้บริหารว่าคนนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมเราได้

ผมนั่งคุยกับเขาแบบตรง ๆ ในวันแรกที่เจอกันว่าผมติดตามคุณตั้งแต่คุณใส่เสื้อสีฟ้า (เสื้อสโมสรเก่า) ผมติดตามคุณมานานมาก ๆ ใน YouTube (หัวเราะ) คานยุคเองก็รู้สึกว้าวว่ามีคนติดตามเขาด้วย ผมจึงบอกสิ่งที่ต้องการให้เขาเล่นในทีมโคราช ผมบอกเขาว่าสิ่งที่คุณทำได้คืออะไร ผมมองแค่สิ่งที่เขาจะทำให้เราได้ ผมสร้างความเชื่อมั่นในตัวเขามาตลอด

Thai League : เป้าหมายของทีมหลังจากนี้คืออะไร

ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : ผมบอกลูกทีมตลอดว่าให้ลืมไปเลยฟอร์มที่ผ่านมา ไม่ว่าข่าวจะลงว่าโคราชชนะ 6 เกมติด, แบ็คโฟร์คนไทยเล่นดี ลืมให้หมด

ตอนนี้กลับมาอยู่ในโลกของความเป็นจริง หลังจากที่เราชนะมาตลอด คุณมีความสุขได้ แต่เราต้องลืมทุกอย่างให้ไว มองไปที่ 11 เกมข้างหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ ตอนนี้สถานการณ์ของทีมเราไม่ได้ปลอดภัย เราต้องอยู่รอดสำหรับปีนี้ให้ได้ และต้องสู้ทุกเกมที่เหลือ

ผมอยากให้ลูกทีมมองเป้าหมายตรงนี้ก่อน ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนสู้เต็มที่ เดี๋ยวอะไรดี ๆ มันจะมาเอง ถ้าเราบอกลูกทีมว่าเรารอดแล้ว เราอยู่ได้แล้ว มันจะเป็นเรื่องของการโยนความกดดันไปให้พวกเขา เราต้องทำงานหนักกันต่อ

คุณดีใจได้ แต่ผมอนุญาตให้คุณดีใจได้แค่วันเดียว

Thai League : ฝากถึงแฟนบอลนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : ผมอยากขอบคุณบอร์ดบริหารและแฟนบอลโคราชจากใจจริงที่ให้โอกาสผม

ผลงานตอนต้นฤดูกาลของเราต้องยอมรับว่าแย่มาก ถ้าเป็นทีมอื่นหรือแฟนบอลทีมอื่นก็คงไม่อดทนขนาดนี้ พวกเขายังให้กำลังใจ ยังปรบมือเชียร์และตะโกนเรียกชื่อผม ซึ่งผมรู้สึกซาบซึ้งใจมาก ๆ

สิ่งที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ผมอยากตอบแทนผู้บริหาร อยากตอบแทนแฟนบอลโคราชที่ยังเชื่อมั่นในตัวผมอยู่ ผมอยากขอบคุณแฟน ๆ จากใจจริง ที่ผมมาคุมโคราชเพราะแฟนบอลจริง ๆ

ผมอยากเป็นโค้ชคนหนึ่งที่ได้เล่นในบ้าน แล้วมีแฟนบอลหมื่นกว่าคนคอยหนุนหลัง มันหายาก ๆ ครับในไทยลีก ผมอยากจะเป็นคนคนนั้น

ผมพยายามจะทำผลงานให้ดีที่สุด ขอบคุณทุกการสนับสนุน จากนี้ไปผมและทีมงาน รวมถึงนักฟุตบอลทุกคนจะทำให้เต็มที่ที่สุดครับ

Latest

02 Mar 2021

5 สิ่งที่คุณอาจพลาดไปใน ลีก เนชั่นนัล แชมเปี้ยนชิพ 2020 (นัดที่ 4)

thai league

เกิดอะไรที่น่าสนใจขึ้นใน ลีก เนชั่นนัล แชมเปี้ยนชิพ 2020 แมตช์เดย์ที่ 4 ติดตามได้ที่นี่
Read morearrow-right

01 Mar 2021

Battle Ball x Warrix : เมื่อแข้งแบทเทิลบอล collab เครื่องแบบช้างศึกชุดประวัติศาสตร์

thai league

จากแรงบันดาลใจบนผืนหญ้า ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นการ์ตูน Thai League : Battle Ball เพื่อส่งต่อความฝันให้กับเด็กรุ่นใหม่
Read morearrow-right

01 Mar 2021

5 สิ่งที่คุณอาจพลาดไปในศึกเอ็ม 150 แชมเปี้ยนชิพ 2020 (สัปดาห์ที่ 24-25)

thai league

เกิดอะไรที่น่าสนใจขึ้นใน M-150 แชมเปี้ยนชิพ 2020 สัปดาห์ที่ 24-25 ติดตามได้ที่นี่
Read morearrow-right