14 Mar 2021
วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร : ซีซั่นแรกแบบเต็มตัวบนเวที โตโยต้า ไทยลีก
ผลงาน 7 แอสซิสต์ ในขวบปีแรกบนลีกสูงสุดของแบ็คซ้ายดาวรุ่งรายนี้ เกิดจากการทำงานหนักในสนามซ้อมและอดทนรอโอกาสเพื่อหวังว่าสักวันจะได้พิสูจน์ตัวเอง
กระทั่งการเข้ามารับงานโค้ชของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ อดีตกองกลางระดับตำนานเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำให้กราฟชีวิตลูกหนังของ วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
เขาก้าวขึ้นมายึดตัวหลักในทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ ได้ลงสนามเคียงข้างเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่เติบโตมาจากอคาเดมี่กิเลนผยอง และมีส่วนช่วยให้ทีมทำผลงานได้ดีในตอนนี้
Thai League พูดคุยกับ วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร แบ็คซ้ายดาวรุ่งที่เติบโตมาจากอคาเดมี่ของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ปีแรกของเขาในการเป็นตัวหลักบนลีกสูงสุดเป็นอย่างไร, ผลงาน 7 แอสซิสต์ และเบื้องลึกเบื้องหลังภารกิจคืนชีพกิเลนพลังหนุ่มตาบแบบฉบับของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ร่วมติดตามไปพร้อม ๆ กับเรา
Thai League : จากเด็กอคาเดมี่ของทีมสู่ผู้เล่นตัวหลักในฤดูกาลนี้ ช่วยเล่าความภาคภูมิใจของคุณในสีเสื้อกิเลนผยอง
วัฒนากรณ์ : ปีนี้เป็นปีแรกของผมในการลงเล่นบนไทยลีกแบบเต็ม ๆ ผมไม่ได้คิดมาก่อนเหมือนกันว่าจะได้รับโอกาสลงสนามแบบสม่ำเสมอ
แค่มีความรู้สึกลึก ๆ ว่าอยากลงเล่นบ้าง อยากสู้ให้เต็มที่ แต่พอเราได้รับโอกาสลงสนาม มันก็รู้สึกคุ้มครับกับการที่ผมทำงานหนักในสนามซ้อมมาโดยตลอด
ปีนี้มีหลายความรู้สึกมากทั้งเรื่องปัจจัยนอกสนาม (โควิด-19 ระบาด) เรื่องในสนามที่ผมตกเป็นตัวสำรอง มีชื่อบ้าง ไม่มีชื่อบ้าง จนกลายมาเป็นตัวหลักของทีมในช่วงหลัง และการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเฮดโค้ช
กระทั่งการเข้ามาของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ เขาเข้ามาบอกผมว่าให้เตรียมพร้อมเอาไว้ เขารู้สึกชอบสไตล์การเล่นของผม อยากให้ผมมีเกมลงเล่น พอโอกาสมาถึงผม ผมคิดว่าต้องคว้ามันเอาไว้
ผมรู้สึกภูมิใจที่มีวันนี้ เพราะเมืองทองเป็นสโมสรที่ผมอยู่มาตั้งแต่เด็ก ผมคิดมาตลอดว่าอยากลงเล่นให้กับทีมนี้
Thai League : คุณถูกเมืองทองปล่อยยืมตัวไปเล่นในลีกรอง ก่อนจะได้รับโอกาสคืนสู่ทีมชุดใหญ่ คุณได้ประสบการณ์อะไรบ้างในช่วงเวลานั้น
วัฒนากรณ์ : ปีแรกของผมที่ อุดรธานี เอฟซี ผมได้ประสบการณ์เยอะมากครับ เพราะว่านี่คือก้าวแรกสำหรับฟุตบอลอาชีพของผม ผมไปอยู่ที่นั่นแบบไม่รู้จักใคร ก็ได้ลงสนามบ้าง
ประสบการณ์ที่ผมจำได้แม่นเลย คือมีส่วนช่วยพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในไทยลีก 2 ได้สำเร็จ นั่นคือก้าวแรกของผม รู้สึกดีใจมาก
Thai League : เมืองทองเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฤดูกาลนี้ นั่นจึงเป็นโอกาสของแข้งดาวรุ่งแบบคุณ คุณใช้โอกาสครั้งนี้ในการพัฒนาตัวเองอย่างไร
วัฒนากรณ์ : ผมมองว่านักเตะทุกคนได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองแบบเท่ากันหมดครับ ส่วนตัวผมเองยังรู้สึกแปลกใจเหมือนกัน เพราะมองไปรอบ ๆ ตัวก็มีแต่เพื่อนเราทั้งนั้นที่เติบโตมาด้วยกันในทีมอคาเดมี่
พอมีแต่เพื่อน ๆ ในทีมทำให้เรามีความกล้าเล่นมากขึ้น ไม่มีความกดดัน ทุกคนเป็นแรงผลักดันให้กันและกัน
Thai League : จาก อเล็กซานเดร กามา สู่ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ความแตกต่างของโค้ชทั้งสองคนสำหรับคุณคืออะไร
วัฒนากรณ์ : ผมคิดว่าทั้งสองคนแตกต่างกันเรื่องรูปแบบการเล่น
ยกตัวอย่างในกรณีของผมที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามในยุคกามา ผมมองว่าอาจเป็นเพราะทีมมีตัวเลือกในตำแหน่งนั้น ๆ ที่ดีกว่าอย่าง ไดสุเกะ ซาโตะ ต้องยอมรับว่าพี่เขาเล่นดีกว่า พร้อมกว่าเราจริง ๆ แต่ผมได้ประสบการณ์ที่ดีจากโค้ชกามาเยอะอยู่ครับ
Thai League : เล่าถึงการทำงานของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ กับนักเตะในทีมเมืองทอง
วัฒนากรณ์ : โค้ชมาริโอเข้ามาวันแรกก็เรียกนักเตะในทีมทุกคนไปคุย เขาต้องการให้เราเล่นฟุตบอลอย่างเต็มที่
ตัวโค้ชเองไม่ได้เข้ามาบอกว่าตัวเขาเป็นโค้ชนะ แต่เขาบอกว่าเข้ามาเรียนรู้จากนักเตะในทีม และพวกเราก็พร้อมเรียนรู้จากมาริโอ พวกเราต้องมาเรียนรู้ด้วยกันใหม่
มันให้ความรู้สึกว่าพี่เล่นฟุตบอลกับน้อง ทำให้ทุกคนในทีมรู้สึกว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่มีระยะห่างระหว่างนักเตะกับโค้ช
Thai League : คุณก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของเมืองทองแบบเต็มตัวในปีนี้ โค้ชมาริโอสร้างความเชื่อมั่นให้คุณและผู้เล่นดาวรุ่งคนอื่น ๆ อย่างไรบ้าง
วัฒนากรณ์ : โค้ชมาริโอพยายามบอกลูกทีมที่จะลงสนามไปเล่นว่า เล่นฟุตบอลให้สนุก ไม่ต้องเครียดหรือกดดัน ลงสนามด้วยความสุข เพราะความกดดันนั้นโค้ชมาริโอจะรับไว้เอง
โค้ชมาริโอบอกทุกคนให้สนุกกับฟุตบอล เพราะเขาเคยเป็นนักฟุตบอลมาก่อน
Thai League : อะไรคือปัจจัยที่คุณคิดว่าสามารถเอาชนะใจตัวเองและ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้
วัฒนากรณ์ : ก่อนที่ผมจะได้ลงสนาม ผมมักจะศึกษาวิธีการเล่นของคู่แข่งในเกมนั้น ๆ เสมอ ผมพยายามสู้และเอาชนะใจโค้ชให้ได้ในสนามซ้อม
ผมคิดตลอดว่าอยากลงสนามช่วยทีม เมื่อโอกาสมาถึงเราแล้วเราก็ต้องเต็มที่กับมัน ถ้าผมไม่ทำตอนนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ตอนไหน
Thai League : คุณคิดว่าคุณยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงเรื่องอะไรบ้าง
วัฒนากรณ์ : ผมคิดว่ายังต้องปรับปรุงเรื่องการยืนตำแหน่งเกมรับ และรายละเอียดในเกมต่าง ๆ เพราะนี่เป็นปีแรกของผมบนลีกสูงสุด ยังมีอะไรให้แก้ไขอีกมาก บางเกมผมรู้สึกว่าผมเล่นได้ดี แต่บางเกมผมก็รู้สึกว่าเล่นได้แย่
Thai League : พูดถึงเบื้องหลังผลงาน 7 แอสซิสต์ในไทยลีกของคุณในฤดูกาลนี้
วัฒนากรณ์ : เอาจริง ๆ ผมค่อนข้างตกใจกับตัวเลขเลยนะ (7 แอสซิสต์) ผมไม่ได้โฟกัสตรงนั้นว่าทำไปกี่ครั้งแล้ว
แต่พอลงไปเล่นแล้วทำได้บ่อย ๆ กำลังใจมันมา จังหวะฟุตบอลที่ได้เล่นกับเพื่อน มันก็ทำให้เรารู้ว่าควรทำอย่างไรในจังหวะนั้น ๆ มันสร้างความมั่นใจให้ผมได้ดี
Thai League : นักเตะต่างชาติอย่าง แดร์เลย์, วิลเลียน พ็อพพ์ และ ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ ช่วยผลักดันฟอร์มการเล่นของคุณอย่างไรบ้าง
วัฒนากรณ์ : ผมรู้สึกสนุกนะครับ (หัวเราะ)
พวกเขารู้สึกดีที่ได้เล่นกับผม เพราะผมพยายามส่งบอลให้พวกเขา ทำให้ผมมีความมั่นใจในตัวเอง และมั่นใจในศักยภาพของพวกเขา ต่างคนต่างช่วยกันผลักดันฟอร์มการเล่น
ยกตัวอย่างบางแมตช์ที่ผมเล่นไม่ดี เช่น เกมที่เมืองทองบุกไปแพ้สมุทรปราการ ซิตี้ 2-4 ผมพยายามเข้าไปขอโทษพวกเขา บอกขอโทษอยู่อย่างนั้น แต่เขาบอกไม่เป็นไร คุณเล่นได้ดีแล้ว คุณจะเก่งขึ้นในวันต่อไป มันทำให้ผมรู้สึกดีมาก
Thai League : แฟนบอลเมืองทองเริ่มคาดหวังว่าคุณจะก้าวขึ้นมาเป็น ธีราทร บุญมาทัน คนต่อไป มีความกดดันแค่ไหน และคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร
วัฒนากรณ์ : ส่วนตัวผมเฉย ๆ นะครับ ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมเป็น นิว ธีราทร แต่แน่นอนว่าพี่อุ้มคือแรงบันดาลใจของผม ผมก็ทำงานหนักในแบบของผมต่อไปครับ
Thai League : เป้าหมายของคุณกับทุกนัดที่เหลือนับจากนี้
วัฒนากรณ์ : ผมอยากช่วยทีมให้ได้มากที่สุด โฟกัสไปทีละเกม และอยากพาทีมจบอันดับที่ดีที่สุด โดยเฉพาะการทำอันดับไปเล่นในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก มันเป็นเป้าหมายที่อาจเกิดขึ้นได้